ฤกษ์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ธุรกิจ ต้องดูวันไหม

เครื่องหมายการค้าในไทยใช้หลักผู้ยื่นคำขอก่อนมีสิทธิ์ก่อน (First to File) ดังนั้นวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนสำคัญกว่าฤกษ์ตามความเชื่อมาก เพราะถ้ามีคนอื่นยื่นเครื่องหมายที่คล้ายกันก่อนแม้เพียงวันเดียว สิทธิ์อาจตกเป็นของผู้ยื่นก่อนได้ เจ้าของธุรกิจที่เตรียมเครื่องหมายพร้อมแล้วควรยื่นให้เร็วที่สุดโดยไม่รอวันฤกษ์ดี ส่วนความเชื่อเรื่องฤกษ์ยังใช้ได้กับการเริ่มใช้แบรนด์หรือเปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการแยกต่างหากจากวันยื่นคำขอ
เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์รายหนึ่งออกแบบโลโก้เสร็จแล้ว อยากยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ถูกต้อง แต่ปรึกษาญาติผู้ใหญ่แล้วได้คำแนะนำให้รอฤกษ์ดีอีกสามสัปดาห์ค่อยไปยื่น คำถามคือการรอแบบนี้ปลอดภัยจริงหรือไม่ ในเมื่อเรื่องเครื่องหมายการค้าเป็นเรื่องที่กระทบสิทธิ์ทางกฎหมายโดยตรง ไม่เหมือนพิธีมงคลทั่วไปที่รอได้โดยไม่มีผลเสีย
คำตอบตรง ๆ คือการรอฤกษ์ในกรณีนี้มีความเสี่ยงที่ต่างจากงานมงคลอื่นอย่างชัดเจน เพราะระบบเครื่องหมายการค้าของไทยใช้หลักผู้ยื่นคำขอก่อนมีสิทธิ์ก่อน วันที่ยื่นจึงมีผลทางกฎหมายจริง ไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อ บทความนี้จะอธิบายให้เห็นว่าฤกษ์มีบทบาทตรงไหนได้บ้าง และทำไมความเร็วในการยื่นคำขอถึงสำคัญกว่าการรอวันดี
ฤกษ์จดเครื่องหมายการค้า ต่างจากฤกษ์จดทะเบียนบริษัทตรงไหน
การจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนเป็นการสร้างสถานะนิติบุคคลให้กิจการ ส่วนใหญ่ไม่มีคู่แข่งมาแย่งชื่อในช่วงเวลาสั้น ๆ เว้นแต่ชื่อนั้นซ้ำกับที่จดทะเบียนไว้แล้ว การรอฤกษ์ดีสักไม่กี่วันจึงมีความเสี่ยงต่ำ แต่การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่างออกไป เพราะเป็นการแข่งกับเวลาในกรณีที่มีคนอื่นกำลังพัฒนาแบรนด์คล้ายกันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันโดยที่ไม่รู้ตัว
จุดนี้ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องแยกความคิดสองเรื่องออกจากกันให้ชัด คือความเชื่อเรื่องฤกษ์ที่ใช้ได้กับพิธีเปิดตัวแบรนด์หรือวันเริ่มขายสินค้า กับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ควรทำให้เร็วที่สุดเมื่อเครื่องหมายพร้อมแล้ว ไม่ควรนำหลักฤกษ์งานก่อสร้างหรือฤกษ์เปิดร้านมาปรับใช้กับขั้นตอนนี้โดยตรง เพราะกระทบสิทธิ์ทางกฎหมายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ขั้นตอนยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ขั้นตอนเริ่มจากตรวจสอบว่าเครื่องหมายที่ต้องการจดทะเบียนซ้ำหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ผ่านระบบสืบค้นของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จากนั้นยื่นคำขอพร้อมระบุจำพวกสินค้าหรือบริการที่ต้องการคุ้มครอง ชำระค่าธรรมเนียม แล้วรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ หากผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นจะมีการประกาศโฆษณาเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นคัดค้านได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
หากไม่มีผู้คัดค้านหรือคัดค้านไม่สำเร็จ เครื่องหมายการค้าจะได้รับการจดทะเบียนอย่างสมบูรณ์ ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลานานพอสมควร เจ้าของธุรกิจจึงควรเริ่มกระบวนการให้เร็วที่สุดหลังจากออกแบบเครื่องหมายเสร็จ แทนที่จะรอวันฤกษ์ดีแล้วค่อยเริ่มขั้นตอนที่ใช้เวลานานอยู่แล้ว
เครื่องหมายการค้า vs ลิขสิทธิ์ vs สิทธิบัตร ต่างกันอย่างไร คนสับสนกันบ่อย
เครื่องหมายการค้าคุ้มครองชื่อแบรนด์ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แยกแยะสินค้าและบริการของผู้ประกอบการรายหนึ่งจากรายอื่น ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงจะได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบ ส่วนลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์ เช่น งานเขียน ภาพวาด หรือเพลง ซึ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีที่สร้างสรรค์ผลงานโดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน
สิทธิบัตรคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ต้องยื่นจดทะเบียนเช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้า แต่มีเกณฑ์การพิจารณาที่ต่างกัน เจ้าของธุรกิจที่มีทั้งชื่อแบรนด์ โลโก้ และสินค้าที่ออกแบบใหม่ อาจต้องพิจารณาคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาหลายประเภทพร้อมกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อวางแผนให้ครอบคลุมและไม่พลาดการคุ้มครองส่วนใดส่วนหนึ่งไป
วันที่ยื่นคำขอสำคัญกว่าฤกษ์ เพราะกระทบสิทธิ์ก่อนหลัง
ประเทศไทยใช้หลักผู้ยื่นคำขอก่อนมีสิทธิ์ก่อน หมายความว่าหากมีสองรายยื่นเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกันสำหรับสินค้าจำพวกเดียวกัน ผู้ที่ยื่นคำขอก่อนตามวันเวลาที่บันทึกไว้จะได้รับสิทธิ์ก่อน แม้อีกฝ่ายจะใช้เครื่องหมายนั้นมาก่อนในทางปฏิบัติจริงก็ตาม หลักการนี้ต่างจากบางประเทศที่ใช้หลักผู้ใช้ก่อนมีสิทธิ์ก่อน
ด้วยเหตุนี้ การรอฤกษ์ดีก่อนยื่นคำขอจึงมีความเสี่ยงที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่ความเชื่อเชิงนามธรรม หากเครื่องหมายพร้อมแล้วและตรวจสอบเบื้องต้นว่าไม่ซ้ำกับที่มีอยู่ ควรยื่นคำขอโดยเร็วที่สุด ส่วนพิธีเปิดตัวแบรนด์หรือฤกษ์เริ่มขายสินค้าอย่างเป็นทางการสามารถแยกไปจัดในวันที่ถือว่าดีตามความเชื่อได้โดยไม่กระทบสิทธิ์ทางกฎหมายแต่อย่างใด
ระยะเวลาพิจารณาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า นานแค่ไหนกว่าจะได้รับอนุมัติ
ระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไปมักใช้เวลาหลายเดือนถึงกว่าหนึ่งปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคำขอ จำนวนจำพวกสินค้าที่ขอคุ้มครอง และว่ามีการคัดค้านจากบุคคลอื่นในช่วงประกาศโฆษณาหรือไม่ หากมีการคัดค้าน กระบวนการอาจยืดออกไปอีกจนกว่าจะได้ข้อสรุป
เจ้าของธุรกิจที่วางแผนใช้เครื่องหมายการค้าในการทำตลาดควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนนี้ล่วงหน้า ไม่ควรวางแผนเปิดตัวสินค้าให้ตรงกับวันที่คาดว่าจะได้รับอนุมัติจดทะเบียนพอดี เพราะระยะเวลาพิจารณาอาจคลาดเคลื่อนจากที่คาดการณ์ไว้ ควรตรวจสอบสถานะคำขอเป็นระยะผ่านระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ลองเปรียบเทียบสองกรณีที่พบได้บ่อย กรณีแรกคือเครื่องหมายที่ไม่มีผู้คัดค้านเลยตลอดช่วงประกาศโฆษณา มักได้รับอนุมัติภายในกรอบเวลาปกติที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งไว้ กรณีที่สองคือเครื่องหมายที่มีผู้คัดค้านยื่นเข้ามาระหว่างช่วงประกาศโฆษณา ซึ่งต้องผ่านกระบวนการพิจารณาคำคัดค้านเพิ่มเติม อาจใช้เวลานานกว่ากรณีแรกอีกหลายเดือนถึงเป็นปี เจ้าของธุรกิจที่เจอกรณีที่สองจึงไม่ควรตั้งความหวังว่าจะได้ใช้เครื่องหมายอย่างเป็นทางการตามกำหนดเดิมที่วางแผนไว้แต่แรก
ตารางเปรียบเทียบ: สิ่งที่ฤกษ์ช่วยได้ กับสิ่งที่กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญากำหนด
| ด้าน | สิ่งที่ฤกษ์ช่วยได้ | สิ่งที่กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญากำหนด |
|---|---|---|
| ความสบายใจของเจ้าของแบรนด์ | ช่วยได้ | — |
| สิทธิ์ก่อนหลังในการจดทะเบียน | ไม่เกี่ยวข้อง | กำหนดโดยวันที่ยื่นคำขอ (First to File) |
| การอนุมัติจดทะเบียน | ไม่เกี่ยวข้อง | ขึ้นอยู่กับลักษณะเครื่องหมายตามกฎหมาย |
| วันเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ | เลือกได้ตามความเชื่อ | ไม่ผูกกับวันยื่นคำขอ |
เช็กลิสต์ก่อนยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
- ตรวจสอบว่าเครื่องหมายซ้ำหรือคล้ายกับที่จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ผ่านระบบสืบค้น
- กำหนดจำพวกสินค้าหรือบริการที่ต้องการคุ้มครองให้ครบถ้วน
- เตรียมเอกสารและค่าธรรมเนียมตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด
- ยื่นคำขอให้เร็วที่สุดหลังเครื่องหมายพร้อม ไม่รอวันฤกษ์
- แยกวางแผนวันเปิดตัวแบรนด์หรือฤกษ์เริ่มขายสินค้าออกจากวันยื่นคำขอ
- ติดตามสถานะคำขอเป็นระยะจนกว่าจะได้รับอนุมัติ
ตัวอย่างสถานการณ์: แบรนด์ที่รอฤกษ์ดีจนถูกคนอื่นยื่นจดก่อน
สมมติสถานการณ์เจ้าของแบรนด์ขนมอบแห่งหนึ่งออกแบบโลโก้และตั้งชื่อแบรนด์เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ตัดสินใจรอวันฤกษ์ดีในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเพื่อยื่นจดทะเบียนพร้อมกับวันเปิดตัวร้าน ระหว่างที่รอ มีผู้ประกอบการอีกรายที่ทำธุรกิจขนมอบเช่นกันบังเอิญตั้งชื่อแบรนด์คล้ายกันมากและยื่นจดทะเบียนไปก่อนโดยไม่รู้จักกันมาก่อน
เมื่อเจ้าของแบรนด์เดิมไปยื่นคำขอในวันฤกษ์ดีที่เลือกไว้ กลับพบว่าเครื่องหมายที่ต้องการจดทะเบียนซ้ำกับที่มีผู้ยื่นไปก่อนแล้ว ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์หรือดัดแปลงโลโก้ใหม่ทั้งหมด สถานการณ์สมมตินี้แสดงให้เห็นชัดว่าการรอฤกษ์ในขั้นตอนที่กระทบสิทธิ์ก่อนหลังทางกฎหมายมีความเสี่ยงจริง ต่างจากพิธีมงคลทั่วไปที่รอได้โดยไม่มีผลเสียต่อสิทธิ์ใด ๆ
สรุป
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นขั้นตอนที่ต่างจากงานมงคลทั่วไปตรงที่วันยื่นคำขอมีผลทางกฎหมายจริง ไม่ใช่แค่เรื่องความสบายใจ หลักผู้ยื่นคำขอก่อนมีสิทธิ์ก่อนของไทยทำให้การรอฤกษ์ดีก่อนยื่นคำขอมีความเสี่ยงที่จับต้องได้ เจ้าของธุรกิจที่เตรียมเครื่องหมายพร้อมแล้วควรยื่นให้เร็วที่สุด ส่วนความเชื่อเรื่องฤกษ์ยังใช้ได้เต็มที่กับวันเปิดตัวแบรนด์หรือวันเริ่มขายสินค้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งแยกออกจากวันยื่นคำขอจดทะเบียนได้อย่างอิสระโดยไม่กระทบสิทธิ์ทางกฎหมายแต่อย่างใด







