เซ็นสัญญาผ่านลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ฤกษ์นับจากวันไหนเมื่อแต่ละฝ่ายเซ็นคนละเวลา

สัญญาที่แต่ละฝ่ายเซ็นด้วย e-signature คนละเวลากัน ฤกษ์ตามความเชื่อของแต่ละคนควรยึดเวลาที่ตนเองกดเซ็นจริงของตนเอง ไม่จำเป็นต้องให้ตรงกับเวลาของอีกฝ่าย ส่วนวันที่สัญญามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายมักนับจากเวลาที่ฝ่ายสุดท้ายเซ็นเสร็จครบทุกฝ่าย ผู้ที่ให้ความสำคัญกับฤกษ์ของสัญญาโดยรวมจึงควรดูวันที่ฝ่ายสุดท้ายเซ็นเสร็จเป็นหลัก
สัญญาดิจิทัลทำให้การเซ็นสัญญาไม่ต้องนัดทุกฝ่ายมานั่งอยู่ห้องเดียวกันอีกต่อไป แต่ก็สร้างคำถามใหม่ให้กับคนที่ยังให้ความสำคัญกับฤกษ์เซ็นสัญญา เพราะบางครั้งฝ่ายหนึ่งกดเซ็นตอนเช้า อีกฝ่ายเซ็นตอนเย็น หรือบางกรณีข้ามไปอีกวันเลยก็มี แล้วฤกษ์ที่ตั้งใจเลือกไว้ควรยึดเวลาของใครเป็นหลัก
คำตอบขึ้นอยู่กับว่ากำลังมองฤกษ์ในมุมไหน ถ้ามองในมุมส่วนตัวของแต่ละฝ่าย เวลาที่ตนเองกดเซ็นจริงคือฤกษ์ของฝ่ายนั้น แต่ถ้ามองในมุมของสัญญาโดยรวมที่ต้องมีผลสมบูรณ์ครบทุกฝ่าย วันที่ฝ่ายสุดท้ายเซ็นเสร็จมักถูกใช้เป็นฤกษ์อ้างอิงหลัก
ทำไม e-signature ถึงทำให้ฤกษ์เซ็นสัญญาซับซ้อนกว่าสัญญากระดาษ
สัญญากระดาษแบบเดิมมักเซ็นต่อหน้ากันในห้องเดียว ทุกฝ่ายจึงมีฤกษ์เดียวกันโดยธรรมชาติ แต่ e-signature เปิดให้แต่ละฝ่ายเซ็นจากที่ไหนก็ได้ในเวลาที่สะดวกของตนเอง ความสะดวกนี้ทำให้ฤกษ์ที่เคยเป็นจุดร่วมเดียวกันแตกออกเป็นหลายจุดตามจำนวนฝ่ายที่ร่วมเซ็น
ฤกษ์ส่วนบุคคลของแต่ละฝ่าย กับฤกษ์ของสัญญาโดยรวม แยกกันอย่างไร
ฤกษ์ส่วนบุคคลคือเวลาที่แต่ละฝ่ายลงมือกดเซ็นด้วยความตั้งใจของตนเอง ส่วนฤกษ์ของสัญญาโดยรวมคือเวลาที่สัญญาครบองค์ประกอบและมีผลผูกพันทุกฝ่ายจริง ซึ่งมักตรงกับเวลาที่ฝ่ายสุดท้ายเซ็นเสร็จ สองมุมมองนี้ไม่ขัดแย้งกัน แต่ละฝ่ายสามารถถือฤกษ์ของตนเองไว้ในใจ พร้อมกับรับรู้ว่าฤกษ์ของสัญญาโดยรวมอาจเป็นอีกวันหนึ่ง
คู่สัญญาต่างเขตเวลา ควรยึดเวลาของใครเป็นฤกษ์
เมื่อคู่สัญญาอยู่คนละประเทศหรือคนละเขตเวลา แต่ละฝ่ายยึดเวลาท้องถิ่นของตนเองเป็นฤกษ์ส่วนบุคคลได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องแปลงเวลาให้ตรงกันหรือกังวลว่าฤกษ์ของแต่ละฝ่ายจะขัดกัน เพราะความหมายของฤกษ์อยู่ที่ความตั้งใจของผู้เซ็นแต่ละคน ส่วนเวลาที่บันทึกในระบบ e-signature เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายมักใช้มาตรฐานเวลาเดียวกันของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว
ทำอย่างไรให้เซ็นสัญญาดิจิทัลรู้สึกเป็นมงคลเหมือนเซ็นต่อหน้ากัน
หลายคนแก้ปัญหาความรู้สึกห่างเหินของการเซ็นคนละที่ด้วยการนัดวิดีโอคอลพร้อมกันตอนกดเซ็น แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันจริง แต่ได้เห็นหน้ากันในช่วงเวลาสำคัญ บางคนเลือกไหว้ขอพรสั้น ๆ ก่อนกดเซ็นในเวลาที่ตนเองเลือกไว้ วิธีเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลทางกฎหมายของสัญญา แต่ช่วยเสริมความรู้สึกเป็นมงคลให้กับฝ่ายที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
ตารางเทียบฤกษ์เซ็นสัญญา: กระดาษต่อหน้ากัน vs e-signature คนละเวลา
| หัวข้อ | สัญญากระดาษต่อหน้ากัน | e-signature คนละเวลา |
|---|---|---|
| ฤกษ์ของทุกฝ่าย | ตรงกันโดยธรรมชาติ | อาจต่างกันตามเวลาที่แต่ละฝ่ายเซ็น |
| ฤกษ์ของสัญญาโดยรวม | เท่ากับฤกษ์ที่เซ็นพร้อมกัน | ยึดวันที่ฝ่ายสุดท้ายเซ็นเสร็จ |
| การเสริมมงคลระหว่างเซ็น | ทำพิธีร่วมกันในห้องเดียว | นัดวิดีโอคอลหรือไหว้ขอพรแยกกัน |
| ความยืดหยุ่นเรื่องเวลา | ต้องนัดทุกฝ่ายพร้อมกัน | แต่ละฝ่ายเลือกเวลาของตนเองได้ |
สรุป
สัญญาดิจิทัลที่แต่ละฝ่ายเซ็นคนละเวลาไม่ได้ทำให้ฤกษ์หายไป เพียงแต่แตกออกเป็นฤกษ์ส่วนบุคคลของแต่ละฝ่าย และฤกษ์ของสัญญาโดยรวมที่มักยึดวันที่ฝ่ายสุดท้ายเซ็นเสร็จ ทั้งสองมุมมองใช้ร่วมกันได้โดยไม่ขัดแย้งกัน ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกเป็นมงคลระหว่างเซ็นสัญญาดิจิทัลยังเสริมด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการนัดวิดีโอคอลหรือไหว้ขอพรก่อนกดเซ็นได้ ส่วนรายละเอียดเรื่องผลทางกฎหมายของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อความถูกต้องล่าสุด







